• ใส่ META DATA ยังไง ให้ค้นเจอใน Google ?


    28/09/2017 11:45

    จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน : 1,167

  • META DATA กับการแสดงผลใน Facebook
    ในหน้าเว็บ แต่ละหน้า ที่เราเห็น ประกอบไปด้วย META DATA จำนวนมาก ซึ่งส่วนมาก เป็นข้อมูล ที่เรามัก จะมองไม่เห็น ทำให้หลายคน ไม่ได้ให้ ความสำคัญ แต่คุณรู้ หรือไม่ว่า ระบบอื่นๆ ล้วนอาศัย META DATA ในการทำความรู้จัก กับเว็บไซต์ของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Google จะใช้ข้อมูล ในส่วนที่เป็น META DTATA ในการค้นหา และ ยังใช้แสดง ในหน้าผลลัพธ์การค้นหา อีกด้วย
    การที่คุณ ไม่ใส่ META DATA หรือ ใส่แบบไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ เว็บไซต์ของคุณ ค้นไม่เจอ หรือ ค้นเจอ แต่อยู่ในตำแหน่ง ที่ไม่ดี ซึ่งวันนี้ ทีมงาน 8columns มีวิธีใส่ META DATA ที่ถูกต้อง มาแนะนำ

    META DATA คืออะไร ?

    การจะใส่ META DATA ได้อย่างถูกต้อง ควรเข้าใจก่อน ว่า META DATA คืออะไร ? แล้ว ทำไมถึงต้องมี ? META DATA คือ ข้อมูล ที่ใช้กำกับ หน้าเว็บ แต่ละหน้า เป็นเสมือน การแนะนำตัว ให้เว็บไซต์อื่นๆ หรือ ระบบภายนอก รู้จักเว็บของคุณ ซึ่ง META DATA บนหน้าเว็บ มีอยู่ด้วยกัน หลายตัว แต่ที่สำคัญ และ มีผลโดยตรง ต่อการค้นหา ใน Google จะมี 3 ตัว ดังนี้
    • Title ใช้แสดงชื่อ ของหน้าเว็บ ควรตั้ง ให้ดูน่าสนใจ และ ตรงกับเนื้อหา ในหน้านั้นๆ
    • Description ใช้แสดง รายละเอียด โดยย่อ ของเนื้อหา เมื่ออ่านแล้ว ช่วยให้เข้าใจ ภาพรวมได้ ในเวลาสั้นๆ
    • Keywords ใช้บอกให้ Search Engine ทราบว่า หน้าเว็บของคุณ เกี่ยวข้องกับ คำว่าอะไรบ้าง
    META DATA กับการแสดงผลใน Google

    เทคนิคการใส่ META DATA


    เมื่อทราบแล้วว่า META DATA แต่ละตัว คืออะไร ต่อไป มาดูในเรื่องของ เทคนิค กันบ้างละกัน การใส่ META DATA อาจเรียกได้ว่า เป็นศิลปะ อย่างนึงเลย การใส่ META DATA ให้ได้ผลดี ผู้ใส่ ต้องมีจินตนาการ โดยคาดเดาว่า ลูกค้า นิยมค้นหา ธุรกิจของคุณ ด้วยคำว่าอะไร ซึ่งจะพูดว่า คาดเดา ก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะปัจจุบัน มี Tool ที่ช่วยให้คุณ ตรวจสอบได้ว่า คำไหน เป็นที่นิยม ยกตัวอย่างเช่น Google Trend เป็นต้น
    หลักการสำคัญ ในการใส่ META DATA คือ ต้องทำให้ Google รวมถึง ระบบอื่นๆ เข้าใจว่า หน้าเว็บของคุณ เกี่ยวข้อง กับเรื่องอะไร และเพื่อให้ค้นเจอ ตาม Keyword ที่คุณต้องการ ใน META DATA ก็ควรมี Keyword นั้นๆ อยู่ด้วย
    ตำแหน่งของ Keyword ก็มีความสำคัญ เช่นกัน ควรวาง Keyword ให้อยู่ต้นๆ ของประโยค เพราะระบบต่างๆ เวลาดึงข้อมูลไปใช้ ถ้า Title และ Description ของคุณยาว ก็มักจะโดนตัด ซึ่งถ้าคุณ วาง Keyword อยู่ท้ายประโยค ก็แน่นอนว่า Keyword ของคุณ จะโดนตัดทิ้งไปด้วย ทำให้ เวลามีคนมาดู เมื่อไม่เห็น Keyword ของคุณ แสดงอยู่ใน Title และ Description ก็อาจเข้าใจว่า หน้าเว็บของคุณ ไม่ตรงกับ สิ่งที่ค้นหา และ เปลี่ยนไปดูข้อมูล บนเว็บอื่นแทน ซึ่งคุณคงไม่ต้องการ ใช่มั้ยล่ะ ?
    นอกจากนั้น ในเรื่องของ ปริมาณข้อมูล ก็ควรกำหนด ให้เหมาะสม ไม่มากไป และ ไม่น้อยไป สำหรับ Title ความยาว ที่เหมาะสม จะอยู่ที่ ประมาณ 65 ตัวอักษร และ Description จะอยู่ที่ ประมาณ 155 ตัวอักษร ซึ่งนับรวม space (เว้นวรรค) ด้วยนะ
    สุดท้าย ในเรื่องของ Keyword อันนี้ แนะนำว่า คุณควรใส่ คำที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 3-4 คำ และ ควรเป็นไป ในทิศทางเดียวกัน คือ ระบุถึงเนื้อหาหลัก ที่คุณพูดถึง ในหน้านั้นๆ หากคุณใส่ Keywords เยอะไป จะส่งผลให้ Search Engine สับสน ตกลงว่า หน้าของคุณ มันเกี่ยวข้อง กับเรื่องอะไรกันแน่
    จากประสปการณ์ ของทีมงาน 8columns พบว่า สาเหตุ ที่ทำให้หลายคน ใส่ META DATA ได้ไม่ค่อยดีนัก ส่วนนึง มาจาก ไม่มีการกำหนด เนื้อหาหลัก ของหน้าเว็บ ให้ชัดเจน ทำให้ เวลาเขียน META DATA ก็จะออกทะเล ไปเรื่อย ดังนั้น สิ่งที่อยาก จะแนะนำ คือ หน้าเว็บ แต่ละหน้า ควร focus ไปเลย ว่าจะเขียนเรื่องอะไร ให้ชัดเจน แล้วมุ่ง ไปที่เรื่องนั้น ซึงจะช่วยให้ เวลาที่คุณเขียน META DATA มันจะมีทิศทาง รวมถึง เวลา Google เข้ามาเก็บข้อมูล ก็จะเข้าใจว่า หน้าเว็บของคุณ มันเกี่ยวข้อง กับเรื่องที่คุณพูดถึง จริงๆ ซึ่งจะส่งผลให้ ได้รับการจัดอันดับ ที่ดีขึ้นเอง ก็ลองนำไปปรับใช้ กันดู ได้ผล หรือ ไม่ได้ผล อย่างไร ก็มาเล่าสู่กันฟังได้ ในช่อง comment ด้านล่าง สำหรับวันนี้ ต้องขอจบบทความ แต่เพียงเท่านี้ก่อน แล้วพบกันใหม่ ในบทความหน้า สวัสดีครับ :)

8columns ให้บริการ เว็บสำเร็จรูป ขนาดเล็ก แบบ Responsive พร้อม ระบบแก้ไขข้อมูล ที่ใช้งานง่าย แก้ไขได้จริง! เหมาะสำหรับ บริษัท และ ธุรกิจทั่วไป ที่ต้องการเว็บไซต์ เพื่อนำเสนอข้อมูล และ เสริมสร้าง "ภาพลักษณ์" ให้ธุรกิจ สอบถาม เพิ่มเติม หรือ ขอรับการสาธิต ฟรี! ผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องเดินทาง ใช้เวลาเพียง 20 นาที โทร. 080-597-9990 LINE: 8columns